Category Archives: สุขภาพ

แนะนำสถานที่เที่ยวสำหรับชมดอกซากุระที่ญี่ปุ่น

แนะนำสถานที่เที่ยวสำหรับชมดอกซากุระที่ญี่ปุ่น

สวนพฤกษศาสตร์โคอิชิกาวะ โตเกียว สวนพฤกษศาสตร์โคอิชิกาวะเป็นของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น สวนพฤกษศาสตร์โคอิชิกาวะอนุรักษ์และจัดแสดงพันธุ์ไม้และพันธุ์พืชพิเศษ

สำหรับการวิจัยเชิงวิชาการและงานพฤกษศาสตร์ของคณะวิทยาศาสตร์บัณฑิตวิทยาลัย นั่นหมายความว่าสวนขนาด 40 เอเคอร์แห่งนี้มีคอลเลกชั่นพันธุ์ไม้ที่แปลกใหม่ที่สุดซึ่งรวบรวมมาจากป่าทั่วประเทศ

และได้รับการอนุรักษ์อย่างระมัดระวังในลักษณะที่ทั้งสวนให้ความรู้สึกเหมือนป่าเล็กๆ ในบรรดาคอลเลกชั่นต่างๆ มีแถวของต้นโซเมโยชิโนะเก่าแก่ของญี่ปุ่น

ซึ่งเป็นสายพันธุ์ซากุระที่มีลักษณะเฉพาะของญี่ปุ่น เรียงรายไปตามทุ่งกว้างใหญ่ที่จุดเริ่มต้นของอาคาร สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ถือว่าไม่ค่อยมีคนรู้จักแม้แต่กับคนในท้องถิ่น และนั่นทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่น่ารื่นรมย์และน่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่ง

 

สำหรับเทศกาลฮานามิ ไม่แออัดเหมือนสถานที่ยอดนิยมอื่นๆ เช่น สวนอุเอโนะหรือชินจูกุเกียวเอน แถมยังมีต้นซากุระที่หาไม่ได้ในสวนท่องเที่ยวอื่นๆ สำรวจส่วนที่เหลือของคอมเพล็กซ์ที่จะนำคุณไปสู่สวนภูมิทัศน์แบบญี่ปุ่นที่สวยงามตรงทางออก ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ควรไป

ดอกซากุระในโตเกียวมักจะบานประมาณปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน และแม้ว่าสวนแห่งนี้จะค่อนข้างอยู่นอกเส้นทางท่องเที่ยวตามปกติ

แต่คนท้องถิ่นจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นยังคงไปเยี่ยมชมสวนในช่วงสุดสัปดาห์ หากคุณต้องการช่วงเวลาฮานามิที่เงียบสงบ ลองแวะไปที่สวนในช่วงวันธรรมดา ยกเว้นวันจันทร์ที่สวนจะปิดซ่อมบำรุง มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าเล็กน้อย

อยู่ที่ไหน: สวนพฤกษศาสตร์โคอิชิกาวะตั้งอยู่ระหว่างเขตการศึกษาของโตเกียวและเขตชิตะมาจิ พื้นที่เหล่านี้ถือเป็นย่านใจกลางเมืองในสมัยเอโดะเก่า และให้ความรู้สึกหวนคิดถึงอดีต เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์เล็กๆ น้อยๆ เลือกพักระหว่างสองย่านนี้ – คุณจะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการเดินทางไปยังสวนสาธารณะ

ทรังค์เฮาส์ บาย ดีไซน์ โฮเทลส์ Trunk House ตั้งอยู่ในบ้านอายุ 70 ​​ปี เดิมเป็นร้านอาหารและห้องฝึกเกอิชา เป็นพื้นที่ 2 ชั้นที่มาพร้อมกับครัวแบบเปิด สวนส่วนตัว

และห้องพิธีชงชาของตัวเอง เต็มไปด้วยงานศิลปะต่างๆ ของศิลปินท้องถิ่นและระดับโลกที่มีชื่อเสียงในทุกมุม โรงแรมยังมีเชฟส่วนตัวและผู้ดูแลสำหรับแขกของพวกเขา

โดยเฉพาะ เมื่อมาพักที่นี่ คุณจะได้สัมผัสกับความขัดแย้งทั้งเก่าและใหม่ ญี่ปุ่นและต่างประเทศ และความสามารถในการเก็บทุกความขัดแย้งไว้ด้วยกันในพื้นที่ขนาดเล็กที่ออกแบบอย่างดีและใช้งานได้จริง

 

ฮานาเระ อธิบายว่าตัวเองเป็นเมืองมากกว่าโรงแรม สิ่งอำนวยความสะดวกของฮานาเระกระจายอยู่ทั่วย่านยานากะ ดังนั้นคุณจึงสามารถสัมผัสประสบการณ์ย่านเอโดะเก่าแห่งนี้ได้ในระหว่างการเข้าพัก

แผนกต้อนรับตั้งอยู่ในอาคารอพาร์ตเมนต์ไม้เก่าที่มีร้านกาแฟและร้านขายของที่ระลึกของฮานาเระ และเพื่อไปยังที่พักของคุณ คุณจะต้องเสี่ยงภัยเข้าไปในเมืองเพื่อไปยังอีกอาคารหนึ่ง ตั๋วโรงอาบน้ำสาธารณะรวมอยู่ในการจองของคุณแล้ว ดังนั้นคุณจึงสามารถลองแช่ตัวในเซนโตแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นและดื่มด่ำกับวัฒนธรรมที่หวนคิดถึงโลกยุคเก่านี้

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังฟรี

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว เมืองปิลเซน ประเทศอิตาลี

สถานที่ท่องเที่ยว ทางธรรมชาติที่  เมืองปิลเซน ประเทศอิตาลี ที่คุณอาจสนใจ:

1.อุทยานแห่งชาติเดโรโด๊กซ์ (Denali National Park and Preserve): ห่างจากเมืองปิลเซ่นไม่ไกล มีภูเขาสูงสุดในอเมริกาเหนืออยู่ที่นี่คือภูเดนาลี (Mount Denali) ที่มีความสูงกว่า 20,000 ฟุต

นอกจาก  เครื่องช่วยฟัง   นี้ยังมีชุมชนสัตว์ป่าที่หลากหลาย เช่น หมีกระทิง อูซซาล์ และนกอินทรี นอกจากนี้ยังมีที่เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองอเลียนักชันด้วย

 

2.แอร์โรว์แคนยอนเนอร์ (Air Rove Canyon): ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองปิลเซ่น มีแนวเขาหินทรายที่สวยงามและมุมมองที่สวยงามของเขาและหุบเขา

 

3.แมตติกซ์แกนยอน (Matanuska Glacier): อยู่ในระยะทางที่เรียนรู้จากปิลเซ่น นี่เป็นกลางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และเป็นที่น่าประทับใจ คุณสามารถท่องเที่ยวกำแพงของน้ำแข็งและเดินทางผ่านทางศูนย์ศึกษาและท่องเที่ยว

 

4.แมตติกซ์ริเวอร์และแชลล์ (Matanuska River and Chalice): สำหรับผู้ชอบกิจกรรมน้ำ เช่น จักรยานน้ำ ตกปลา หรือการพายเรือ ที่นี่เป็นที่ที่น่าสนใจมาก

 

5.แพลนเน็ตและไร่ผลไม้ในเอเลียนา (Plant nurseries and orchards in Ely)​: เป็นสถานที่ที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชื่นชอบการเข้าพักในแหล่งที่ทำเลที่เงียบสงบและชานเมื่องในช่วงฤดูใบไม้ผลิของเอเลียนา

ไม่ว่าคุณจะเลือกท่องเที่ยวภูเขาสูง หรือชมมุมมองทางธรรมชาติที่สวยงาม หรือแม้แต่สนุกกับกิจกรรมน้ำ มีที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในเมืองปิลเซ่นสำหรับทุกความสนใจและความต้องการ!

สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

1.เมืองโบลอญญา (Volterra): เมืองโบลอญญาเป็นเมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์มากมาย มีโบสถ์และกำแพงเมืองที่สร้างขึ้นในยุคโรมัน นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์อาชีวอนามัยและโรงเรียนศิลปะที่น่าสนใจอีกด้วย

 

2.เมืองอาร์เชียเนีย (Arezzo): เมืองที่มีประวัติศาสตร์มากมาย มีอาคารโบราณและโบสถ์ที่สวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่เกิดเรื่องราวในสงครามในศิลายุคที่ 16

 

3.เมืองซีเอนา (Siena): เมืองซีเอนาเป็นเมืองโบราณที่มีความเป็นเอกลักษณ์ มีสถาปัตยกรรมสวยงามและเป็นเจ้าบ้านของงานแข่งขันโรเปียนเบอร์รี่ที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก

 

4.เมืองฟลอเรนซ์ (Florence): เมืองฟลอเรนซ์เป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมและศิลปะในยุโรปยุคกลาง มีมิวเซียมชื่อดังอย่างมิวเซียมอุฟฟิซี (Uffizi Gallery) และกาแลรีอาแก็ลเลอรี (Galileo Galilei Museum)

 

5.ฟอลิแอนะ (Pompeii): ตั้งอยู่ไม่ไกลจากปิลเซน ฟอลิแอนะเป็นเมืองโบราณที่ถูกฝังอยู่ภายใต้เขื่อนของเอกวาคาโน มีโรงละครโบราณ วัด และโรงเรียนของโรมันเก่าแก่ที่น่าสนใจอย่างมาก

การเดินทางระหว่างเมืองทั้งหมดเหล่านี้สามารถทำได้ด้วยรถไฟหรือรถเช่า แต่หากคุณต้องการสะดวกสบายและเป็นรายการทัวร์ เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการสำรวจพระราชวังและสถานที่สำคัญทั้งหมดไปพร้อมกับนำทัวร์ที่มีประสบการณ์ในด้านประวัติศาสตร์ของพื้นที่ด้วยกัน

งานสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจ

คนจำนวนมากเชื่อว่างานสร้างสรรค์เป็นเรื่องของพรสวรรค์ เป็นสิ่งที่ “คนบางคน” มีแต่คนส่วนใหญ่ไม่มี แต่หากลองอยู่ใกล้ศิลปิน นักเขียน ช่างภาพ หรือคนที่สร้างผลงานจริง ๆ สักพัก คุณจะพบความจริงที่เรียบง่ายมาก — งานสร้างสรรค์ไม่ได้เกิดจากแรงบันดาลใจที่สวยงามเสมอไป แต่มันเกิดจากการลงมือทำในวันที่ไม่อยากทำเลยต่างหาก

แรงบันดาลใจอาจเป็นเหมือนไฟแช็ก แต่เชื้อเพลิงของมันคือความอดทน เมื่อติดไฟแล้ว มันจะเผาไหม้ไปได้ไกลแค่ไหน ขึ้นกับคนที่ก่อมัน ไม่ใช่ประกายที่จุดเริ่มต้น

ความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้เกิดในช่วงเวลา “พิเศษ”

เรามักจินตนาการถึงศิลปินนั่งริมหน้าต่าง มองท้องฟ้าแล้วได้ไอเดีย หรือโปรแกรมเมอร์ที่ดื่มกาแฟหนึ่งแก้วแล้วคิดโค้ดพลิกวงการจริง ๆ ความจริงคือไอเดียแบบนั้นเกิดขึ้นน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นการเดินวนไปมาในห้อง เลิกแล้วเริ่มใหม่ แก้ไฟล์เดิมจนเกือบลบทั้งหมด หรือเขียนร่างสิบครั้งกว่าจะได้ย่อหน้าเดียว

คนทำดนตรีจะมีท่อนที่ฟังแล้ว “ใช่” มาจากโน้ตกลองนับร้อยที่ “ผิด”
คนวาดภาพจะเจอเส้นที่ลงตัว หลังจากลบเส้นที่ไม่ลงตัวมาเป็นร้อยครั้ง
คนเขียนหนังสือจะได้ตัวละครที่ชัดเจน หลังจากโยนทิ้งทั้งพล็อตอย่างที่คิดมาเป็นเดือน

แรงบันดาลใจอาจเป็นจุดเริ่ม แต่ “การยอมผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก” คือเส้นทางที่แท้จริงของงานสร้างสรรค์

ผู้คนเชื่อผิดว่าแรงบันดาลใจมาจากสิ่งยิ่งใหญ่

เราอยากให้แรงบันดาลใจมาแบบการเดินทางไกล ทะเล ดนตรีไลฟ์ หรือการพบใครสักคนที่เปลี่ยนชีวิต แต่ในชีวิตจริง มันมาจากสิ่งเล็ก ๆ มากกว่านั้น

บางคนเริ่มวาดภาพเพราะอยากถ่ายทอดรอยยิ้มของลูก
บางคนหันมาเขียนบทกวีเพราะอยากอธิบายความคิดถึงของตัวเอง
บางคนเริ่มถ่ายรูปเพราะเห็นแสงช่วงบ่ายตกกระทบกระจกหน้าต่าง
บางคนทำเพลงเพราะอยากเก็บเสียงฝนในคืนหนึ่งที่ไม่อยากลืม

ไม่มีใครบอกว่า “วันนี้ฉันจะสร้างงานอันยิ่งใหญ่” แล้วตื่นเช้าขึ้นมาแล้วทำได้เลย
ผลงานส่วนมากเริ่มจากสิ่งธรรมดาที่เราเผลอใส่ความรู้สึกลงไป

ความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่การคัดลอก แต่ก็ไม่ใช่การเริ่มจากศูนย์

เราได้รับอิทธิพลจากทุกสิ่งที่เคยอ่าน เคยฟัง เคยเห็น และเคยพูดคุย
เด็กที่โตมากับเพลงลูกทุ่งจะสร้างเมโลดี้ที่แตกต่างจากเด็กที่ฟังแจ๊ส
คนที่อ่านนิยายญี่ปุ่นจะเขียนต่างจากคนที่เติบโตกับวรรณกรรมฝรั่งเศส

แรงบันดาลใจไม่ใช่การเลียนแบบ แต่เป็นการ ยืมความกล้าที่คนอื่นเริ่มไว้
ผลงานใหม่จึงไม่ใช่การสร้างสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำ แต่เป็นการต่อยอดสิ่งที่เคยทำ และใส่ชีวิตของตัวเองเข้าไป

ความกลัวทำลายงานสร้างสรรค์มากกว่าความขาดแรงบันดาลใจ

คนจำนวนมากมีไอเดีย แต่ไม่กล้าลงมือเพราะกลัวคำวิจารณ์ กลัวไม่ดีพอ หรือกลัวว่าคนอื่นทำได้ดีกว่า เราจึงมองผลงานคนอื่นแล้วบอกว่า “เขาเก่งกว่าเรา” ทั้งที่เขาเพียงเริ่มต้นก่อนเราเท่านั้น

ผลงานแรกของทุกคนแย่เสมอ — ไม่มีข้อยกเว้น
นั่นคือเหตุผลที่ผลงานของคนที่เก่งจริงไม่ได้มีจำนวนหนึ่งหรือสองชิ้น แต่มีสิบนับร้อย เพราะพวกเขาปล่อยให้ผลงานแรกเป็นแค่บันได ไม่ใช่ผนัง

ความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้เกิดตอนที่เราคิดอยู่เงียบ ๆ
มันเกิดตอนที่เรา “ยอมให้โลกเห็นความไม่สมบูรณ์ของเรา” แล้วเดินต่อ

แรงบันดาลใจที่แท้จริง…มักไม่ใช่คนดัง

ไอดอลไม่ได้มีเฉพาะศิลปินระดับโลกหรือผู้ประกอบการที่มีชีวิตหรู
แรงบันดาลใจอาจมาจากคนที่อยู่ใกล้กว่าที่คิด

คนที่ร้านกาแฟล้มเหลวสามครั้งแต่ยังเปิดร้านใหม่
นักกีฬาโนเนมที่ฝึกเองตอนเช้ามืด
ศิลปินอินดี้ที่ไม่มีใครรู้จักแต่ยังปล่อยเพลงทุกสัปดาห์
เด็กอายุ 17 ที่วาดรูปทุกวันแม้ไม่มีใครไลก์

พวกเขาอาจไม่มีรางวัล ไม่มียอดวิว แต่ “ความพยายามของพวกเขา” ทำหน้าที่สอนเราได้มากกว่าหนังสือหลายเล่ม

งานสร้างสรรค์ไม่ใช่ของคนเก่งที่สุด
มันเป็นของคนที่ ไม่เลิกมือ แม้วันที่สมองว่างเปล่า
แรงบันดาลใจไม่ใช่พายุที่โหมกระหน่ำ แต่มันคือประกายไฟเล็ก ๆ ที่เราต้องคอยปกป้องไม่ให้ดับ
บางวันมันสว่าง บางวันมันริบหรี่ แต่ถ้าเราไม่ยกมือปิดเอง—มันจะยังอยู่

สุดท้ายไม่มีใครสร้างผลงานแทนเราได้
ไม่มีแรงบันดาลใจไหนมีค่า ถ้าเราไม่เริ่ม
และวันหนึ่ง เมื่อคุณ振มืออีกครั้ง แล้วมองกลับไป คุณจะรู้ว่า
สิ่งที่ทำให้คุณเป็นคนสร้างสรรค์…ไม่ใช่แรงบันดาลใจ แต่คือการไม่ถอดใจ